งานวิจัยข้าว


องค์ความรู้เรื่องข้าว

รวบรวม ถาม-ตอบ เรื่องข้าว
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
กินข้าวกล้องดีอย่างไร ?

ข้าวกล้อง เป็นข้าวที่สีเอาแต่เปลือกออกเท่านั้น เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวที่มีสีน้ำตาลแกมแดง และจมูกข้าว ยังคงอยู่ครบ จึงเป็นข้าวที่อุดมไปด้วย คุณค่าทางอาหาร เกลือแร่ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในข้าวกล้อง ประกอบไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดง แมงกานีส และอื่น ๆ
  • เหล็กและทองแดง มีส่วนอย่างมากในการทำให้เกิดโรคโลหิตจาง
  • แมงกานีส มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ การสร้างฮอร์โมนเพศ และการเจริญเติบโต
  • หากขาดแคลเซียมและฟอสฟอรัส จะทำให้กระดูกอ่อนและเปราะหักง่าย
  • ฟอสฟอรัส มีส่วนช่วยป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • โปรตีน ในข้าวกล้องมีอยู่ประมาณ 7-12% แล้วแต่พันธุ์ข้าว หลังการสีข้าว โปรตีนอาจสูญเสียไปได้ถึง 30%
  • เยื่อใยที่หุ้มเมล็ดข้าวเป็นตัวช่วยไม่ให้ท้องผูก และป้องกันมะเร็งในลำไส้อีกด้วย
  • วิตามินที่มีอยู่มากในข้าวกล้องคือ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินบีรวม
    -ข้าวกล้องมีวิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขาว ประมาณ 4 เท่า ถ้ากินข้าวกล้องเป็นประจำจะป้องกันโรคเหน็บชา
    -ข้าวกล้องมีวิตามินบี 2 มากกว่าข้าวขาว 66% ถ้าร่างกายขาดวิตามินบี 2 จะเป็นโรค ปากนกกระจอก ได้คือ ริมฝีปากจะบวมมีแผลที่มุมปาก ร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตาสู้แสงไม่ได้
    -การขาดวิตามินบีรวม ก่อให้เกิดอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ และเป็นโรคผิวหนังบางชนิด รวมทั้งมีอาการลิ้นแตกและมีแผล


อ้างอิงที่มา : นิตยสาร ภาพยนตร์บันเทิง หัวข้อ กินต้านโรค โดย พรพรรณ รพี
มีผลิตภัณฑ์นมจากข้าว สำหรับคนที่มีอาการแพ้นมวัวบ้างไหม

      ร่างกายของผู้บริโภคบางกลุ่มไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลกโทสได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างเอมไซม์แลก-เทสซึ่งจำเป็นต่อการย่อยน้ำตาลแลกโทสในนมวัวได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ระดับความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณของเอนไซม์แลกเทสที่ร่างกายของแต่ละคนจะสามารถสร้างขึ้นว่ามาก(หรือน้อย) เพียงใด ลักษณะอาการโดยทั่วไป ได้แก่ ท้องอืดและเป็นตะคิว มีกรดในท้อง ท้องเสีย เป็นต้น โดยในประเทศไทยมีผู้ที่ขาดเอนไซส์แลกเทส มากถึงร้อยละ 97 ของประชากรไทยทั้งหมด
      จากการที่ประเทศไทยมีประชากรจำนวนมากมีอาการแพ้นมวัว จึงส่งผลให้ผลิตภัณฑ์นมจากพืชเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ ถั่วเหลือง ข้าว อัลมอนด์ และผลิตภัณฑ์จากข้าวโอ๊ต โดยเป็นอีกหนึ่งภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งภายในประเทศและระดับภูมิภาค
      ผู้บริโภคเริ่มหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ปราศจากนมวัวในมื้ออาหารประจำวันกันมากขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญทำให้ผลิตภัณฑ์นมทางเลือกขยายตัวเพิ่มขึ้น ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนผสมอาหารจากข้าว (1) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากนมวัวได้หลากหลายชนิด โดยผลิตภัณฑ์ส่วนผสมอาหารจากข้าวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ ได้แก่ น้ำเชื่อมข้าว น้ำมันรำข้าว แป้งข้าว สตาร์ชข้าว และโปรตีนข้าว (ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่เทียบเท่าโปรตีนจากนมแม่) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปราศจากสารกลูเตน และน้ำตาลแลกโทส อีกทั้งประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ในขณะเดียวกัน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชจึงปราศจากคอเลสเทอรอล และสามารถถูกย่อยได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่โดดเด่นของอาหารปราศจากนมวัว เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีปัญหาในระบบการย่อยและกังวลใจในเรื่องภูมิแพ้


ที่มาของข้อมูล :
FOOD focus Thailand October 2013
(1) ข้อมูลอ้างอิง : Nutriz ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมอาหารข้าวจาก BENEO มีทั้งรูปแบบผงและน้ำ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ปราศจากนมวัวได้หลากหลาย
อยากทราบข้อมูลเกี่ยว “ข้าวสังข์หยด”

      ข้าวสังข์หยด เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกดั้งเดิมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดพัทลุง รูปร่างเมล็ดเรียว ความยาวเมล็ดข้าวกล้อง 6.70 มิลลิเมตร ข้าวซ้อมมือมีสีแดงปนสีขาว ข้าวหุงสุกนุ่ม ลักษณะทรงต้นสูง 140 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง ออกดอกประมาณวันที่ 10 มกราคม ปลูกในฤดูนาปีภาคใต้ (ปักดำกลางเดือนกันยายน)
คุณภาพการหุงต้มมีคุณค่าทางอาหารสูงตามคุณสมบัติประจำพันธุ์ มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ข้าวกล้องมีสีแดง
      ในวันที่ 24 กันยายน 2546 ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโอกาสถวายข้าวสังข์หยดแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นที่พอพระราชหฤทัยอย่างมาก ต่อมาปี 2547 จังหวัดพัทลุง ได้กำหนดให้ข้าวสายพันธุ์สังข์หยดเป็นเป้าหมายในการส่งเสริมการผลิต ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด (ปี 2547-2550) ในโครงการการผลิตข้าวคุณภาพดี จากนั้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2548 ได้ขึ้นทะเบียนชื่อพันธุ์เป็น “ข้าวสังข์หยดพัทลุง” และขอขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 ภายใต้ชื่อสินค้า “ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง” และเป็นพันธุ์แนะนำทางราชการที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก โดยผ่านการรับรองพันธุ์ข้าวเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2550


ที่มาของข้อมูล :
วารสาร กรมการข้าว (ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 ประจำเดือนสิงหาคม-กันยายน 2556)
ข้าวลูกผสม คืออะไร ?

      ข้าวลูกผสม (Hybrid rice) หมายถึง ต้นข้าวที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่เป็นลูกผสมชั่วอายุที่ 1 (F1 seed) ที่ได้จากการข้ามพันธุ์ (cross pollination) ระหว่างข้าวสายพันธุ์แท้ (inbred) 2 สายพันธุ์ ซึ่งต้นข้าวลูกผสมนี้เมื่อออกดอกและผสมตัวเอง (self pollination) แล้วจะได้เมล็ดข้าวเปลือกเป็นลูกชั่วที่ 2 และเมล็ดลูกชั่วที่ 2 นี้เองที่เกษตรกรจะนำไปบริโภคหรือจำหน่ายเป็นการค้า เมล็ดลูกชั่วที่ 2 นี้ไม่สามารถนำไป ใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ในครั้งต่อไปได้ เพราะจะให้ต้นข้าวในรุ่นลูกที่กระจายตัวทางพันธุกรรมและไม่สม่ำเสมอใน ทางการเกษตร ดังนั้นเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสม จึงใช้ได้เพียงฤดูเดียว เกษตรกรจะต้องเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ทุกฤดู การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมทำได้ยาก ต้องการความรู้และความชำนาญสูง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องซื้อพันธุ์ข้าวลูกผสม ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่ม แต่ข้าวลูกผสมมักจะให้ผลผลิตที่สูงขึ้นประมาณ 10-15 %

ข้าวลูกผสม
หุงข้าวกล้องให้นุ่มหอมน่ารับประทานได้อย่างไร ?


“ข้าวกล้อง” จัดว่าเป็นข้าว ที่มีคุณค่าโภชนาการทางอาหารมากกว่าข้าวขาว เนื่องจากเป็นข้าวที่ผ่านการกระเทาะเปลือกออกเพียงครั้งเดียว ทำให้จมูกข้าวและรำข้าวซึ่งเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยวิตามินยังติดอยู่ ซึ่งลักษณะของข้าวกล้องนั้นจะมีสีน้ำตาลจากอ่อนถึงแก่หรือสีแดงแตกต่างกันไปตามพันธุ์ข้าว พื้นที่ที่ใช้ในการปลูก และกระบวนการผลิต
    สาเหตุที่ข้าวกล้องยังได้รับความนิยมไม่มากเท่าที่ควร นั้นเนื่องมาจาก หากไปหุงข้าวกล้องเหมือนหุงข้าวขาวก็อาจจะได้ข้าวกล้องสุกที่แข็งกว่าข้าวขาวสุก วิธีหุงข้าวกล้องให้ นุ่มน่ารับประทาน มีดังนี้
>> นำ ข้าวกล้องไปแช่น้ำไว้ประมาณ 30-60 นาที ก่อนนำไปหุง และใช้อัตราส่วนในการหุง คือ ข้าว1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน

หมายเหตุ : หากตอนต้นผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้เยาว์ยังไม่คุ้นกับการรับประทานข้าวกล้องอาจรู้สึกระคายคอ วิธีที่เหมาะสมคือ ควรเริ่มโดยผสมข้าวขาวกับข้าวกล้องก่อนหุง เช่นอาจเริ่มด้วยอัตราส่วนข้าวกล้อง 1 ส่วน ต่อข้าวขาว 4 ส่วน แล้วค่อยๆเพิ่มอัตราส่วนของข้าวกล้องขึ้นไปเรื่อยๆ จนผู้บริโภคเกิดความชินและความชอบในที่สุด


บทความอ้างอิง : จาก Website Food Tips
ข้าวสินเหล็ก (Sinlek) มีคุณสมบัติที่ดีอย่างไร ?

ข้าวสินเหล็ก Sinlek คือ ข้าวหอมต้านเบาหวาน ธาตุเหล็กสูง ข้าว สินเหล็กได้จากผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับ ข้าวขาว ดอกมะลิ 105 เป็นข้าวสีขาวที่มีกลิ่นหอม รูปร่างเมล็ดเรียวยาว ไม่ ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ตลอดทั้งปี มีความต้านทานต่อโรคไหม้
ข้าวสินเหล็กในฐานะเป็นข้าวหอมนุ่มที่มี ดัชนีน้ำตาลต่ำปานกลาง เมื่อนำมาทดลองบริโภคในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน พบว่าการบริโภค ข้าวกล้องสินเหล็ก ช่วยแก้ปัญหาเบาหวานได้ ทำให้สภาวะดื้อต่อ insulin ลดลงและการทำงานของตับอ่อนดีขึ้น รวมทั้งทำให้ค่าเฉลี่ย ของ triglyceride ลดลง
นอกจากนี้ข้าวสินเหล็กยังมีธาตุเหล็กในเมล็ดสูง ข้าวพันธุ์นี้ได้ผ่านการ ประเมินคุณสมบัติความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็ก ทั้งในระดับห้อง ปฏิบัติการและในมนุษย์ โดยพบว่าการส่งเสริมการบริโภคข้าวสินเหล็ก ในเด็กนักเรียนที่มีภาวะพร่องธาตุเหล็ก ทำให้ระดับ hemoglobin มีแนวโน้นเพิ่มขึ้น
คุณสมบัติทางโภชนาการในข้าวกล้อง
ปริมาณ Amylose 16.5 %
อุณหภูมิแป้งสุก 70-74 องศา
ธาตุเหล็ก 15-21 mg/kg

ความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็ก
ข้าวกล้อง 7.19 ng Ferritin/mg-cell protein
ข้าวขัด 8.30 ng Ferritin/mg-cell protein
ธาตุสังกะสี 26.9 mg/kg
Omega-3 22.4 mg/100g
Gamma oryzanol 372 ug/g
วิตามิน อี 680 ug/100g
โฟเลต 20.35 ug/100g
ดัชนีน้ำตาล 58

อยากทราบว่าการปลูกข้าวลอยน้ำหรือนาลอยน้ำคืออะไร ?

ได้คัดลอกบันทึกข้าวลอยน้ำ จาก "รายการบันทึกลุยทุ่ง กับ ธ.ก.ส." มาเพื่อทราบ ดังนี้ :
แม่น้ำท่าจีนในยามนี้ ดูนิ่งสงบและเยือกเย็น เรือพายลำน้อยค่อยๆพายล่องสายน้ำผ่านไปอย่างเชื่องช้า ซึ่งหากมองในเวลานี้ ผมนึกภาพไม่ออกจริงๆครับว่า เมื่อปีที่แล้ว น้ำในบริเวณนี้สูงกว่าปัจจุบันมากไปกว่า 2-3 เมตร ตามคำบอกเล่าของพี่สุพรรณ จันทสาร
พี่สุพรรณ เป็นเกษตรกรคนเก่งของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาสามชุก แต่สิ่งที่ผมมองผลงานของพี่สุพรรณอยู่ตอนนี้อาจไม่เกี่ยวเนื่องจากน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมาโดยตรง เพราะวิธีการปลูกข้าวในน้ำ หรือที่พี่สุพรรณเรียกว่าปลูกข้าวลอยน้ำ ทำมาก่อนหน้านั้นเป็นเวลานานกว่า 3-4 ปี

"เราเห็นผักตบชวาลอยเต็มแม่น้ำ แล้วช่วงนั้นก็มีข่าวว่ามีเรือแล่นไปติดกอผักตบอยู่เป็นวันไปไหนไม่ได้ เราก็เอามาคิดต่อว่าจะทำยังไง ตอนนั้นนั่งมองแม่น้ำตรงหน้าบ้านนี่แหละ มองไปมองมา เกิดเกิดความคิดว่า เออ ผักตบมันก็เป็นพืชมันก็ต้องเอามาทำปุ๋ยได้ แล้วพอดีที่บ้านก็มีปลูกไผ่ไว้ ก็เลยเอามาต่อทำแพ แล้วก็ลองปลุกข้าวในน้ำ"

ความสงสัยพุ่งพรวดพราดขึ้นมาทันที ปลูกข้าวบนดินโดนน้ำท่วมยังตาย ปลูกข้าวในน้ำมันจะรอดได้อย่างไร
"เราก็ไปหากระถางพลาสติกที่ไม่ใช้มา แล้วก็ควักเอาขี้เลนใต้น้ำขึ้นมาใส่แทนดิน ผักตบชวาเราก็เอามาหักๆบีบๆ แล้วก็ใส่ลงไป เอาขี้เลนปอกด้านบนอีกนิดแล้วก็เอาต้นข้าวปักลงไปเลย แล้วก็เอามาวางลงในแพไม้ไผ่ของเราแค่นี้อยู่ได้แล้ว"

มันง่ายขนาดนั้นเลย “มันจะได้ข้าวจริงๆเหรอครับพี่สุพรรณ”
“ก็ที่เห็นอยู่ในกระต๊อบนั้นไง ข้าวที่ปลูกลอยน้ำ แต่ตอนนี้ปลูกน้อยมันเลยยังไม่พอเอาไปกินจริงๆ ส่วนนี้ก็เอาไว้ให้คนมาดูมาเรียนรู้ เอาไปแจกเป็นพันธ์ข้าว”

คำถามต่อมาที่เกิด ปุ๋ยหล่ะ แล้วศัตรูข้าวหล่ะ ตัวพี่สุพรรณยังคงแช่อยู่ในน้ำ หมุนกระถางในมือไปมา สลับกับหยิบต้นข้าว ในกระถางมาให้เราดู

“ปุ๋ยไม่ต้องใส่ เพราะในแม่น้ำมันมีอาหารอยู่แล้ว น้ำไม่ต้องรดก็เราปลูกในน้ำ ส่วนเพลี้ย แมลง หอยเชอรี่ มีวิธีกำจัด” พูดได้เพียงเท่านั้น พี่สุพรรณ ก็ลงมือทำให้เราดูทันที

แพข้าวลอยน้ำค่อยๆ ถูกกดลงในน้ำทีละนิดจนข้าวทั้งต้นจมลงใต้น้ำ “นี่คือวิธีการกำจัดทั้งแมลง เพลี้ย หนอน หอยเชอรี่ เราก็กดไว้ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น พวกแมลง หนอน อะไรต่อมิอะไรมันก็จะลอยน้ำ พวกปลาแถวนี้ก็จะมากิน เท่านั้นเอง เราไม่ต้องใช้ยา แค่หมั่นมาดู ถ้าเริ่มเห็นว่ามีก็ทำ ต้นข้าวไม่ตายด้วย เราไม่ได้กดแช่ไว้นาน เขาอยู่ได้”
พี่สุพรรณยังบอกเราต่ออีกว่า “อย่างปีที่แล้วที่น้ำท่วมมากมาย ปลูกข้าวในนาบนดินน้ำท่วมข้าวตายหมด แต่ปลูกแบบนี้น้ำสูงแค่ไหน แพของเราก็ลอยขึ้นตามน้ำได้ไม่เสียหาย แล้วอีกอย่างการปลูกแบบนี้มันทำให้เราอยากจะรักษาดูแลแม่น้ำ เพราะเราฝากข้าวให้แม่น้ำช่วยดูแล แม่น้ำสะอาด มีธาตุอาหาร ข้าวเราก็ดี แต่ตอนนี้เราทดลองปลูก ปลูกน้อยๆดูก่อน ข้าวที่ได้เลยยังไม่พอกินซักที” พี่สุพรรณบอกเรา พร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ดังลั่น

นาลอยน้ำเป็นวิธีการทำนาที่แปลกใหม่ และยังสะท้อนให้เห็นว่าการทำเกษตรไม่จำเป็นต้องอยู่ในวิธีการเดิมๆ ยังมีวิธีการอีกมากมายที่สามารถทำได้ เพียงแค่ สังเกต คิด และลงมือทำ
สอบถามเพิ่มเติม
คุณสุพรรณ จันทสาน
การปลูกข้าวลอยน้ำ อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
087-097-7865
ข้าวเม่าคืออะไร ? และมีกรรมวิธีทำอย่างไร?


ข้าวเม่า

ข้าวเม่า เป็นขนมไทยที่นิยมกินกันมาตั้งแต่โบราณ ในอดีตตอนหน้าน้ำจะมีแม่ค้านำขนมใส่เรือมาขาย ซึ่งจะมีข้าวเม่าทอดอยู่ด้วย ได้มีการประยุกต์ข้าวเม่าได้หลายแบบ เช่น ข้าวเม่าบดโดย ใช้ข้าวเม่าใหม่คั่วให้หอมแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง หยดหัวกะทิลงบนข้าวเม่าที่ กรองไว้ กะทิจะผสมข้าวเม่าเป็นก้อน หรือ ข้าวเม่าราง คือข้าวเม่าที่นำมาคั่วจนพองแล้วกินกับน้ำกะทิ ภายหลังมีผู้คิดทำข้าวเม่ารางแบบแห้ง คือใส่กุ้งแห้ง เต้าหู้ทอด หรือใส่น้ำตาลทรายถ้าเป็นแบบหวาน หรือข้าวเม่าทอดเป็นข้าวเม่ากวนกับน้ำตาลผสมกับแป้งพอก กล้วยไข่ทั้งลูกแล้วทอด บางท้องถิ่นเรียก กล้วยข้าวเม่า

ข้าวเม่า สามารถทำได้จากทั้งเมล็ดข้าวเหนียว และเมล็ดข้าวเจ้า แต่ส่วนใหญ่มักจะทำจากเมล็ดข้าวเหนียวมากกว่าเนื่องจากข้าวเจ้านั้นแข็ง ทำให้ตำยาก เมล็ดข้าวจะไม่สวย

การทำ ข้าวเม่า

  1. เลือกรวงข้าวที่แก่จัด มาทำ โดยสังเกตได้จากรวงข้าวเริ่มโค้ง หรือจากการแกะเมล็ดข้าวทดสอบ นำรวงข้าวมานวดเอาเมล็ดออกจากรวงข้าว นอกจากวิธีการนวดยังสามารถนำไม้ไผ่มาขูดเมล็ดข้าวออกจากรวงได้อีกวิธีหนึ่งด้วย
  2. ฝัดเมล็ดข้าวเพื่อคัดเอาเมล็ดที่ลีบออกให้หมด นำเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ใส่ภาชนะเตรียมไว้
  3. นำเมล็ดข้าวไปคั่ว โดยใช้ไฟความร้อนสูง ใช้ไม้ไผ่คนเมล็ดข้าวตลอดเวลา เพื่อให้ได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง ใช้เวลาในการคั่ว 15-20 นาที   หรือ สังเกตจากการที่เมล็ดข้าวเริ่มแตก
  4. นำเมล็ดข้าวที่คั่วแล้ว มาใส่ครก   เพื่อทำการตำ เอาเปลือกข้าวออก จะได้เมล็ดข้าวลักษณะแบนๆ ใช้เวลาตำประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าเปลือกจะออกจากเมล็ด
  5. นำเมล็ดข้าวที่ตำแล้ว มาใส่กระด้งทำการฝัดเพื่อแยกเอาเปลือกออก จะได้ “ ข้าวเม่า” ที่พร้อมรับประทาน ถ้าทำสุกใหม่ ๆ ข้าวเม่าจะนิ่ม และหอมมาก เราสามารถนำ ข้าวเม่ามารับประทานได้เลย หรือนำไปคลุกเคล้ากับมะพร้าวและน้ำตาลทราย
ขอข้อมูลเรื่องข้าวกล้องงอก คุณประโยชน์ และผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกที่มีวางจำหน่ายแล้ว
ข้าวกล้องงอก
ข้าวกล้องงอก (Germinated brown rice หรือ GABA-rice) ได้มาจากการนำข้าวกล้องมาผ่านกระบวนการงอก โดยการนำข้าวกล้องที่ผ่านการกระเทาะเปลือกไม่เกิน 2 สัปดาห์ มาแช่น้ำที่มีการควบคุมอุณหภูมิ การไหลเวียนน่ำ ความดัน และควมเป็นกรดด่างเป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง น้ำจะไปกระตุ้นเอนไซม์ในเมล็ดข้าวกล้อง ทำให้เกิดการย่อยสลายของสารอาหารในเมล็ดข้าว ได้เป็นสารที่มีโมเลกุลเล็กลง เช่น โอลิโกแซคคาไรด์ (Oligosaccharide) กลูโคส (Glucose) และฟรักโทส (Fructose) จากคาร์โบไฮเดรต รวมถึงกรดอะมิโน และเปปไทด์จากโปรตีน อีกทั้งยังพบการสะสมสารเคมีสำคัญตางๆ เช่น แกมมาออริซานอล (Gamma-orazynol) โทโคฟีรอล (Tocopherol) โทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) โดนเฉพาะสารกาบา (GABA) โดยพบว่าข้าวกล้องงอกมีสารกาบามากกว่าข้าวกล้องปกติถึง 15 เท่า คือมีปริมาณสารกาบาโดยเฉลี่ย 15-20 มิลลิกรัมต่อข้าวกล้องงอก 100 กรัม
คุณประโยชน์ของข้าวกล้องงอก ข้าวกล้องงอกอุดมด้วยสารอาหารหลากหลาย ได้แก่
1. สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟีโนลิค (Phenolic compounds) ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า ชะลอความแก่
2. สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
3. สารแกมมาออริซานอล (Gamma-orazynol) ช่วยควบคุมระดับคอเลสเทอรอล ลดอาการผิดปกติของวัยทอง ต่อต้านอนุมูลอิสระ
4. สารกาบา (GABA) ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์และโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ช่วยผ่อนคลาย ทำให้จิตใจสงบ หลับสบาย ลดความเครียดวิตกกังวล ลดความดันโลหิต ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง
5. ใยอาหาร (Fiber) ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันมะเร็งลำไส้ และลดอาการท้องผูก
6. วิตามิน เช่น วิตามินบี1 บี2 บี6 วิตามินซี และวิตามินอี ที่ช่วยลดการเหี่ยวย่นจองผิว
7. แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม เหล็ก และแมกนีเซียม

ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอก ปัจจุบันผู้ประกอบการภาคเอกชนกำลังให้ความสนใจกับการพัฒนาผลิตภัณพ์มูลค่าเพิ่มจากข้าว ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าแนวทางการผลิตและจำหน่ายข้าวในปัจจุบันจะต้องมีการปรับตัวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหกับข้าวและใช้ประโยชน์จากข้าวอย่างคุ้มค่าด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ในประเทศไทย สำหรับผลิตภัณพ์ข้าวกล้องงอกที่จำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่
1. เบญจกระยาทิพย์ แรกผลิ 6 เป็นข้าวกล้องที่ผ่านกระบวนการงอก หรือ Germination เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการโดยกระบวนการทางชีวเคมีตามธรรมชาติรวมข้าวเพาะงอก 5 ชนิดไว้ด้วยกัน ได้แก่ ข้าวก่ำดอยมูเซอเพาะงอก ข้าวหอมมะลิแดงเพาะงอก ข้างกลอ้งหอมมะลิ 105 เพาะงอก ข้าวเหนียวกล้องเพาะงอก และข้าวหอมมะลิเพาะงอก ผลิตจากฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ บ้านยางน้อย ดำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี โดยโครงการในมูลนิธิฯส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีจำหน่ายที่บิ๊กซีทุกสาขา
    นอกจากนี้ บิรษัท เอส แอนด์ ดี ซินดิเคท จำกัด(มหาชน) ยังนำข้าวกลอ้งเบญจกระยาทิพย์ แรกผลิ 6 มาบรรจุถุงจำหน่ายในชื่อ ข้าวกล้องงอก เอก แอนด์ พี (S&P GABA Rice) อีกทั้งยังนำมาเป็นเมนูอาหารในร้าน อาทิ ข้าวกล้องงอกกับผัดบรอกโคลีเห็ดหอม น้ำพริกปูผักจิ้มปลลาสลิดฟู แกงส้มชาววัง เป็นต้น
2. ข้าวกล้องงอกหอมมะลิเสริมสุขภาพ มาบุญครองพลัส นูทรา กาบาไรซ์ ได้รับรางวัล “ธุรกิจนวัตกรรมดีเด่นอันดับ 1 พ.ศ. 2550” จากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ ผลิตและจัดจำหน่ายโดย บริษัท อินโนฟู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด โดยได้รับความร่วมมือด้านการวิจัยจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) วางจำหน่ายที่มหาวิทยาลัยเฏษตรศาสตร์ เดอะมอลล์ ดิเอ็มโพเรียม สยามพารากอน โตคิว และซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ
3. กาบาริ ผลิตโดยกลุ่มคลัสเอตร์อุตสาหกรรมข้าวพิษณุโลก และจัดจำหน่ายโดยห้างหุ้นส่วนจำกัด กาบาริ ไรซ์ เดตัวทำตลาดในจังหวัดพิษณุโลกและใกล้เคียง นอกจากนี้ กลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมข้าวพิษณุโลก ยังรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวกล้องงอกอีกด้วย

ที่มา : FOOD Focus Thailand March 2009 Vol.4 No.36

อยากทราบสำนวนไทยที่ใช้กันอยู่เป็นประจำที่มีคำว่า “ข้าว” อยู่ด้วย

สำนวนข้าวที่เกี่ยวกับความเจริญงอกงาม
ข้าวเหลือเกลืออิ่ม บริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว มีความอุดมสมบูรณ์
กินข้าวร้อนนอนสบาย มีความเป็นอยู่อย่างสบาย นึกจะกินจะตื่นเมื่อไรก็ได้
หนูตกถังข้าวสาร อยู่อย่างสบาย มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์

สำนวนข้าวที่เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณ
ข้าวนอกเจ้า ข้าวนอกหม้อ การกระทำหรือประพฤติ นอกเหนือจากคำสั่ง หรือผิดจากแบบแผนขนบธรรมเนียมประเพณี
ข้าวแดงแกงร้อน บุญคุณ กินข้าวและแกงของผู้ใด ต้องนึกถึงบุญคุณของผู้นั้น
ข้าวไม่มียาง คนที่รับอุปการะผู้อื่นไปแล้ว ไม่นึกถึง บุญคุณ เหมือนข้าวไม่มียาง กินไม่ดี
เลี้ยงเสียข้าวสุก
เลี้ยงบุคคลหรือใดๆ ไว้ แต่อาศัยพึ่งพาไม่ได้

สำนวนข้าวกับความตกทุกข์ได้ยาก
ข้าวยากหมากแพง ยามที่บ้านเมืองขาดแคลนอาการ ประชาชนทุกข์ยากลำบาก
ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ยากจนไม่มีแม้แต่อาหารจะกิน
กินน้ำต่างข้าว ทุกข์มาก ลำบากมาก จนมาก

สำนวนข้าวที่เกี่ยวกับระยะเวลา
ชั่วหม้อข้าวเดือด เวลาไม่นานนัก
ก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ระยะเวลาสั้นๆ คอยเหมือนข้าวคอยฝน ตั้งใจคอยแต่ไม่รู้เวลาแน่นอน

สำนวนข้าวในพิธีกรรม
ข้าวแจก ข้าวที่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย
ข้าวบาตร เรียกขันเชิงสำหรับใส่ข้าวตักบาตรว่า ขันข้าวบาตรหรือเรียกข้าวที่เตรียมไว้ใส่บาตรก็ได้
ข้าวเปรต เครื่องเซ่นเปรตในพิธีตรุษสารท
ข้าวผอกกระบอกน้ำ ของกินเล็กๆ น้อยๆ และมีกระบอกน้ำเล็กๆ กรอกน้ำ แขวนกิ่งไม้ที่ทำขึ้นแล้วผูกไว้ที่บันไดเรือน ใช้ในพิธีตรุษ
ข้าวพระ ข้าวสำหรับถวายพระพุทธ
ข้าวกรู ข้าวที่ทำเพื่ออุทิศให้เปรตในพิธีสารท

สำนวนทั่วไป
ข้าวใหม่ปลามัน อะไรที่เป็นของใหม่กำลังดี
ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร ชายไปอยู่ที่ไหนย่อมสามารถแพร่พันธุ์สร้างเชื้อสายได้เหมือนข้าวเปลือก ส่วนผู้หญิงทำไม่ได้เพราะต้องยึดมั่นอยู่กับสามีจึงเปรียบเสมือนข้าวสารที่ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้
หมาเห็นข้าวเปลือก ทำอะไรกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ได้
ได้เบี้ยเอาข้าว ได้อย่างหนึ่ง หากต้องการอีกสิ่งหนึ่งด้วย
บนข้าวผี ตีข้าวพระ บนบานขอร้องให้ผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย
กินข้าวต้มกระโจมกลาง ทำสิ่งใดโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ จะทำให้ได้รับความลำบาก (เหมือนการกินข้าวต้มกลางถ้วย จะเย็นช้ากว่าริมๆ )
ข้าวนอกนา บุคคลที่ไม่ได้เกิดในถิ่นนั้นๆ บุคคลที่ผู้อื่นไม่จัดเป็นพวกพ้อง ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม
ตำข้าวสารกรอกหม้อ ทำอะไรแบบปัจจุบัน ทำแค่พอให้ผ่านไปไม่เผื่ออนาคต
ทุบข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว การประชด ไม่ได้ทำให้เกิดผลดี กลับทำให้เสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์
ข้าวของ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ

ที่มา : หนังสือ “ข้าว...วัฒนธรรมแห่งชีวิต” สำนักพิมพ์ แปลน โมทิฟ หน้า 132

กรุณาให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีทำขวัญข้าว

การทำขวัญข้าวแตกต่างจากภาคหนึ่งไปยังอีกภาคหนึ่ง ในภาคกลาง จะทำในช่วงเวลากลางเดือน 10 ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ของทุกปี ชาวนาเชื่อว่าถ้าได้ทำขวัญข้าวและถ้าพระแม่โพสพได้รับเครื่องสังเวยแล้ว ไม่ทำให้เมล็ดขาวล้ม หนอน สัตว์ต่างๆ ไม่มากล้ำกราย ได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนถวายแก่พระสงฆ์เมื่อข้าวในนาสุกดีแล้ว เมื่อนวดข้าวเสร็จก็จะกำหนดวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์นำข้าวขึ้นยุ้ง ชาวบ้านก็จะมาร่วมทำขวัญข้าว ร้องเพลงทำขวัญแม่โพสพ

เครื่องเซ่นสังเวย
ให้นำเครื่องสังเวยไปบูชาแม่โพสพในแต่ละครั้ง
1.ช่วงข้าวในนากำลังตั้งท้อง
• กล้วย อ้อย ถั่ว งา ส้ม อย่างละ 1 คำ ใส่ตะกร้าสาน
• หมาก พลูจีบ 1 คำ
2.เมื่อเกี่ยวข้าวและนำขึ้นยุ้งข้าว
• หมาก พลูจีบ 1 คำ
• บุหรี่ 1 มวน
• ข้าวที่เกี่ยวแล้ว 1 กำ
•   ผ้าแดง ผ้าขาว ขนาด 1 คืบ อย่างละ 1 ผืน

ความสำคัญ
การทำขวัญข้าว เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวนาให้รู้ว่า การทำนาปลูกข้าวของตนนั้นไม่สูญเปล่า เพราะพระแม่โพสพเป็นผู้ดูแล และเมื่อมีการเก็บเกี่ยวเป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีและที่สุดคือการร่วมกันสนุกสนานเมื่อทุกคนเหนื่อยยากและประสบความสำเร็จด้วยดี
พิธีกรรม
ช่วงแรกเมื่อข้าวตั้งท้อง ชาวนาจะนำตาเหลว ไปปักไว้ที่หัวนา และขอบูชาพระแม่โพสพให้รับเครื่องสังเวย อันประกอบด้วย กล้วย อ้อย ถั่ว งา ส้ม มัดแขวนไว้กับตาเหลว และเมื่อนำหมาก พลูจีบ 1 คำใส่กรวยไว้หัวนา เมื่อถึงช่วงเกี่ยวข้าวก็จะเอาหมาก พลูจีบ 1 คำ บุหรี่ 1 มวนไปเชิญแม่โพสพ ผู้หญิงจะเกี่ยวข้าว 1 กำ นำไปบูชาเป็นข้าวแม่โพสพ ในยุ้ง พร้อมผ้าแดง ผ้าขาว ขนาด 1 คืบ อย่างละ 1 ผืนใส่กระบุง

ที่มา : กรมการข้าว, สมุดข้าวไทย. 2551

ข้าวฮาง คืออะไร

ข้างฮาง (pregerminated parboiled brown rice) เป็นข้าวที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยภูมิปัญญาของคนภาคอิสาน โดยการนำข้าวเปลือกมาแช่น้ำ แล้วนำมานึ่ง ตากให้แห้ง แล้วสีเป็นข้าวกล้อง มีสาร GABA (gamma amino butyric acid) สูงกว่าข้าวขาว และข้าวกล้อง ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการกระตุ้น ให้เกิดการงอก มีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต และคอเลสเตอรอล

ที่มา : "ศัพท์ข้าว" พจนานุกรมที่แสดงบทนิยามของศัพท์ที่เกี่ยวกับข้าว โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

ปัจจุบันประเทศไทยปลูกข้าวหอมมะลิในส่วนใดของประเทศมากที่สุด

ที่ภาคอีสานโดยเฉพาะทุ่งกุลาร้องไห้ เพราะเป็นที่ที่เหมาะกับข้าวหอมมะลิ การปลูก ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้มีคุณภาพดีต้องปลูกในที่ดินทราย ร่วน ข้าวชนิดนี้ไม่ชอบดินเหนียว ยิ่งถ้าเป็น ดินที่มีปัญหาเช่น ดินเปรี้ยวหรือดินเค็ม ก็จะยิ่งทำให้ข้าวมีความหอมเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ตอนข้าวอยู่ ในช่วงสุกแก่เป็นน้ำนม น้ำจะต้องแห้ง และต้องมีอากาศเย็นโชย จะทำให้คุณภาพดี ใส แกร่ง และเมล็ด เรียว หากปลูกในภาคกลางที่ดินและน้ำอุดมสมบูรณ์ เมล็ดข้าวจะอ้วนขึ้น และจะไม่หอม

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 มีคุณสมบัติพิเศษอย่างไร

ตามที่พูดกันติดปากคือ หอม ยาว ขาว นุ่ม

  • ข้าวขาวดอกมะลิ 105 มีความหอมเป็นพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เป็นลักษณะทางพันธุ์กรรม แต่อาจจะหอมมากหรือน้อย (กลิ่นใบเตย) แล้วแต่การปลูก ที่ที่ปลูก
  • ข้าวขาวดอกมะลิ 105 มีเมล็ดเรียวสวยไม่ถึงกับยาวมาก
  • ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เมื่อเป็นข้าวสารจะใส เลื่อมมัน เมื่อสุกจะมีสีขาวเหมือนดอกมะลิ
  • เมื่อหุงเป็นข้าวสุกจะนุ่ม นิ่มแต่ไม่เหนียวติดกันและก็ไม่ร่วน มีรสชาติอร่อย หวานละมุนลิ้น(ข้าวบาสมาติ นิ่ม ร่วน แต่จืด)
ในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในนาข้าว อยากทราบเปอร์เซ็นต์ธาตุอาหาร N P และ K ในอินทรียวัตถุชนิดต่างๆ

ข้อมูลกรมวิชาการเกษตร แสดงเปอร์เซ็นต์ธาตุอาหาร N P K ในอินทรียวัตถุ ชนิดต่างๆ ดังนี้

ชนิดของอินทรีย์วัตถุ ธาตุอาหาร N P K ในอินทรีย์วัตถุ
N (%)
P (%)
K (%)
ผักตบชวา
1.55
0.46
0.49
ปอเทือง
1.98
0.30
2.41
ต้นข้าวโพด
0.71
0.11
1.38
ฟางข้าว
0.59
0.08
1.72
รำข้าว
1.22
0.91
1.09
แกลบ
0.46
0.26
0.70
ขี้เถ้าแกลบ
0.00
0.15
0.81
มูลวัว
1.10
0.40
1.60
มูลสุกร
1.30
2.40
1.00
มูลไก่
2.42
6.29
2.11
มูลค้างคาว
1.54
14.28
0.60
ปุ๋ยหมักฟางข้าว
1.34
0.53
0.97
       

 

ข้าวอินทรีย์ คืออะไร ?


ข้าวอินทรีย์
เป็นข้าวที่มีผลิตตามกระบวนการเกษตรอินทรีย์ คือ ไม่มีการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าว หรือ ปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด จะใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์และสารอินทรีย์เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะและมลพิษในสภาพแวดล้อมและสามารถรักษาสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติได้ การผลิตข้าวอินทรีย์จึงต้องเลือกใช้พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินค่อนข้างสูง และไม่มีปัญหาการระบาดของโรคและแมลงศัตรูข้าว นอกจากนี้เมล็ดพันธ์ข้าวที่ใช้จะต้องไม่เป็นเมล็ดพันธ์ที่มาจากตัดต่อพันธุกรรม.

 

โชงโลง คืออะไร ?

โชงโลง เป็นภาชนะสานด้วยผิวไม้ไผ่ที่หนาและแข็งแรงยาด้วยชันยาง รูปร่างคล้ายรางน้ำ มีด้ามเป็นไม้ยาว 1-2 เมตร ใช้สำหรับวิดน้ำเข้านาเมื่อมีน้ำไม่พอเลี้ยงต้นข้าว ภาคอีสาน เรียก คันโซ่ หรือ อุงพุ่ง


โชงโลง (คันโซ่) ใช้สำหรับวิดน้ำเข้านา

 

ผลผลิตข้าวต่อไร่ของไทย ต่ำมาก ต่ำกว่าประเทศอื่นในเอเชีย จริงหรือไม่ ?


ผลผลิตข้าวต่อไร่ของไทย ประมาณ 400 กก./ไร่ ในขณะนี้ ที่ประเทศอื่น ๆ เช่น
อินเดีย 474 กก./ไร่
พม่า 507 กก./ไร่
เวียดนาม 681 กก./ไร่
และจีน 1026 กก./ไร่


แสดงความคิดเห็น     
ประเทศไทยส่งข้าวออกมากที่สุดในโลก ใช่ไหม และส่งออกเท่าไหร่ ?


ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งข้าวออกมากที่สุดในโลก ประมาณ 7-8 ล้านตันต่อปี แต่ในปี 2457 สามารถส่งออกมากเป็นประวัติศาสตร์ คือ 10.13 ล้านตัน ได้รายได้ถึง 109.6 พันล้านบาท ในขณะที่ปี 2546 ส่งออก 7.6 ล้านตัน ในปี 2548 กระทรวงพาณิชย์ คาดว่า การส่งออกข้าวจะมีปริมาณ 8.5 ล้านตัน หรือ คิดเป็นมูลค่า 2,250 ล้านเหรียญสหรัฐ.

 

ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่น ผู้คนบริโภคข้าวน้อยลงทุกปี คนญี่ปุ่นบริโภคข้าวน้อยลงกว่าครึ่งภายใน 45 ปี จากประมาณ 120 กก./คน/ปี ในปี 2503 เป็น 60 กก./คน/ปี ในปัจจุบัน การบริโภคข้าวของคนไทย มีแนวโน้มที่จะลดลงหรือไม่อย่างไร ในขณะที่ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ?


ขณะนี้มีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่า ปริมาณการบริโภคข้าวของคนไทยลดลงจริง ในขณะที่ปริมาณการบริโภคเนื้อสุกร และเนื้อไก่ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

อาคารวิจัยและพัฒนา ชั้น 3 ห้อง 317-320 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน)
ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0-2942-7620-1, 0-2942-7626 แฟ็กซ์. 0-2942-7621
E-mail : ricefoundthailand@thairice.org

Copyright (c) 2006 Thai Rice Foundation under Royal Patronage, All rights reserved.